มอยส์หวิดม้วยขุนค้อน เหงื่อตกตามเจ๊าจิ้งจอกสยาม 1-1

ชีคคู คูยาเต้ โขกช่วยชีวิต! เดวิด มอยส์ ประเดิมคุมทีมต่อหน้าแฟนบอลในบ้านเกมแรก “ขุนค้อน” รอดตาย ไล่ตีเจ๊า เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม เวสต์แฮม ยังจมอยู่ในโซนอันตรายต่อไป 

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมฟรายเดย์ไนท์ คืนวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560 “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 18 ของตาราง เปิดรังลอนดอน สเตเดียม รับการมาเยือนของ “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 12 ของตาราง

เกมนี้ เดวิด มอยส์ กุนซือป้ายแดงทีมขุนค้อน ลงคุมทีมต่อหน้าแฟนบอลในถิ่นของตัวเองเป็นเกมแรก หลังเข้ามารับตำแหน่งแทน สลาเวน บิลิช เทรนเนอร์คนเก่า โดย มอยส์ เริ่มงานเกมแรกไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้วยการพาทีมบุกพ่าย วัตฟอร์ด 0-2

ด้าน เลสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือโคล้ด ปูแอล เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศส เกมที่แล้วเปิดบ้านพ่ายทีมจ่าฝูงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 หยุดสถิติไม่แพ้ใครในทุกรายการไว้ที่ 6 เกมติดต่อกัน

เปิดฉากในครึ่งเวลาแรก ทีมเยือนเริ่มต้นได้ดีกว่าและมาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 ในนาทีที่ 8 จากจังหวะที่ เจมี วาร์ดี้ หลุดมาทางเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจ่ายเข้ากลางให้ มาร์ก อัลไบร์ทตัน ปีกตัวเก่ง วิ่งมายิงเข้าไป

หลังเสียประตูอย่างรวดเร็ว เจ้าถิ่นพยายามเปิดเกมบุกเพื่อทวงประตูคืน สุดท้ายก็มาประสบความสำเร็จในช่วงท้ายครึ่งเวลาแรก ไล่ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1 จากจังหวะลูกเตะมุม และเป็น เชคู คูยาเต้ โหม่งเข้าไป ในนาทีที่ 45 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ในช่วงครึ่งเวลาทั้ง เป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่ดูดีกว่า พยายามเดินเกมบุกอย่างต่อเนื่อง และครองบอลได้เหนือกว่าเล็กน้อย แต่จบสกอร์กันไม่เฉียบคม ขณะที่ผู้มาเยือนอาศัยจังหวะโต้กลับคอยเล่นงานแผงหลังเจ้าถิ่น แต่สุดท้ายไม่มีใครทำอะไรกันได้เพิ่ม

หมดเวลา 90 นาที เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของเดวิด มอยส์ เปิดบ้านเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม โดยทีม “ขุนค้อน” ยังรั้งอันดับ 18 ต่อไป มี 10 แต้ม จาก 13 นัด ขณะที่ เลสเตอร์ ขึ้นมาอยู่อันดับ 11 ชั่วคราว มี 14 แต้ม เท่ากับนิวคาสเซิล แต่ลูกได้เสียดีกว่า และแข่งมากกว่า 1 นัด

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : โจ ฮาร์ท (GK), พาโบล ซาบาเลต้า, วินสตัน รีด, แองเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสเวลล์, เปโดร โอเบียง, เชยคู คูยาเต้, มาร์โค อเนาโตวิช, มานูเอล ลานซานี, อาร์เธอร์ มาซัวคู, แอนดี้ แคร์โรล

เลสเตอร์ ซิตี้ (4-4-1-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิล (GK), คริสเตียน ฟุคส์, แฮร์รี แม็กไกว, เวส มอร์แกน, แดนนี ซิมป์สัน, เดมาไร เกรย์, วินเซนเต้ อิบอร์ร่า, อ็อนยินเย่ เอ็นดิดี้, มาร์ค อัลไบร์ทตัน, ริยาร์ด มาห์เรซ, เจมี วาร์ดี้

เมสซี่ ผงาดซิว รองเท้าทองคำทำสถิติครอง 4 สมัยเท่าโด้

ลิโอเนล เมสซี่ ยอดแข้งอัจฉริยะของทีมบาร์เซโลน่า รับรางวัลรองเท้าทองคำต่อจากหลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงเพื่อนร่วมทีม หลังซัดไป 37 ประตูในลาลีก้า สเปน มากที่สุดในลีกยุโรป เมื่อวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560 

ถือเป็นรางวัลรองเท้าทองคำสมัยที่ 4 ของดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่า เทียบเท่ากับ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์โปรตุกีส ของ เรอัล มาดริด

โดยเมื่อปีที่แล้ว หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย เพื่อนร่วมทีมของลิโอเนล เมสซี่ คว้ารางวัลนี้ไปครองหลังซัดในลีกไป 40 ประตู มากสุดในลีกยุโรป ซึ่งตามทำเนียมผู้ที่ได้ครอบครองรองเท้าทองคำปีก่อน ต้องส่งต่อรางวัลให้แก่คนปัจจุบัน

ซีดาน ยิ้มออก เบล ลงซ้อมเต็มรูปแแบพร้อมลงช่วยชุดขาว

ซิเนดีน ซีดาน ยิ้มแก้มปริเมื่อ แกเร็ธ เบล ปีกความเร็วสูง คัมแบ็คจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงซ้อมอย่างเต็มรูปกับกับเพื่อนร่วมทีม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา 

ดาวเตะวัย 28 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณน่อง และต้นขา โดยเกมสุดท้ายที่เขาลงสนามให้ต้นสังกัด เป็นเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 26 กันยายน ในการพบกับ โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่เยอรมนี อย่างไรก็ตามในการซ้อมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แกเร็ธ เบล กลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างเป็นปกติแล้ว

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือใหญ่ทีมราชันชุดขาว กล่าวว่า “ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับมาเล่นได้เหมือนเดิม แต่วันนี้เขากลับมาด้วยสภาพที่ดีเยี่ยมในการฝึกซ้อมของเรา”

“สิ่งสำคัญคือเขากลับมามีส่วนร่วมกับเราแล้ว และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกๆคนในทีมพร้อมให้กำลังใจเขาเสมอ พวกเรารู้ดีว่าเขาแข็งแกร่ง มีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม และทำงานหนักเพื่อทีมมาตลอด”

“หลายคนมักพูดถึงเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเขาเสมอ แต่เขาคือผู้เล่นคนสำคัญของเรา ผมทราบดี และผมจะรอเขากลับมาสมบูรณ์ที่สุดอีกครั้ง” ซีดาน กล่าวทิ้งท้าย

เวนเกอร์ ชม โอซิล มืออาชีพหลังเล่นเพื่อทีมมากขึ้น

อาร์แซน เวนเกอร์ เฮดโค้ชจอมเก๋าของทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ออกมากล่าวชื่นชมผ่านสื่อในประเทศอังกฤษ ว่า เมซุต โอซิล ดาวเตะห้องเครื่องของทีมที่ดูจะมีท่าทีเปลี่ยนไป มุ่งมั่นและตั้งใจเล่นเพื่อทีมมากกว่าเดิม 

เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเยอรมนียังไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่เพื่อค้าแข้งในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม ต่อไป ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่าเขาพร้อมย้ายไปร่วมงานกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยังมี บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีก้า สเปน คอยให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่เดอะกันเนอร์ส ออกมากล่าวว่า เวลานี้ตนเห็นชัดเจนว่า เมซุต โอซิล มีท่าทีในการทำเพื่อทีมมากกว่าเดิม มีความเป็นมืออาชีพค่อนข้างสูง แม้ยังไม่ตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมก็ตาม

“เมซุต เขาทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด ช่วงนี้ทำไมคุณถึงเห็นว่าเขาดูเฉียบมกว่าเดิมล่ะ?” เวนเกอร์ เริ่มกล่าว

“เขาเป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยทักษะ คุณภาพเยี่ยม แต่ในช่วงที่ผ่านมาเขาอาจดูเล่นไม่เต็มที่เท่าไหร่ แต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมสังเกตเห็นท่าทีของเขาดูจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด”

“สภาพร่างกายของเขากลับมาสมบูรณ์ การที่เขาดูดีขึ้นมันมาจากท่าทีและความคิดของเขา เขาเล่นเพื่อทีมมากขึ้น มุ่งมั่น และตั้งใจเหมือนเดิม เขามีความเป็นมืออาชีพสูงมาก ถึงแม้เรื่องของสัญญาฉบับใหม่กับทีมจะยังไม่ลงตัว” กุนซือใหญ่ “เดอะกันเนอร์ส” กล่าวทิ้งท้าย

มู เร่งบอร์ดผี รีบต่อสัญญา เฟลไลนี หลังมีข่าวหลายทีมรุมตอม

“มูรินโญ่” เร้าบอร์ดบริหารคุยสัญญาใหม่ “เฟลไลนี” หวั่นเสียลูกทีมคนสำคัญ รับ นักเตะอยู่ในแผนการทำทีม และเข้ากับแท็คติกของตนเป็นอย่างดี “เปแอสเช” และ 3 ยักษ์ใหญ่ตุรกีอ้าแขนรอรับ 

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกอาการหวั่นใจว่า มารูยาน เฟลไลนี มิดฟิลด์หัวฟูจะตัดสินใจย้ายออกจากทีมหลังไม่มีความคืบหน้าเรื่องสัญญาฉบับใหม่

กองกลางวัย 30 ปี เกือบจะย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายเลือกปักหลักอยู่ต่อ และกลายเป็นแข้งคนสำคัญที่อยู่ในแท็คติกของเทรนเนอร์อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ แต่เวลานี้เขาเหลือสัญญากับต้นสังกัดอีกเพียง 1 ปีเท่านั้น และทางบอร์ดบริหารยังไม่มีทีท่าในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่แต่อย่างใด ทำให้เฮดโค้ชชาวโปรตุกีส ออกมาให้สัมภาษณ์เร่งเร้าให้ทีมรีบคุยกับเจ้าตัวเป็นการด่วน เพราะหวั่นจะเสียลูกทีมคนสำคัญไป

“ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆระหว่างเขา (เฟลไลนี) และบอร์ดบริหารของทีม จริงๆผมไม่ได้เข้าไปยุ่มย่ามเรื่องสัญญาหรอกนะ ไม่ว่าเขาจะย้าย หรืออยู่ต่อ ผมก็เคารพในการตัดสินใจของเขา” มูรินโญ่ เริ่มกล่าว

“แต่ไม่รู้สิ ผมคิดว่าผมอยากให้เขาอยู่กับทีมต่อไป เขากำลังไปได้ดีกับแผนการเล่นของผม และเขาก็เชื่อฟังผมเป็นอย่างดีนะ เมื่อคุณมีนักเตะที่พร้อมทำงานให้คุณอย่างเต็มที่ มีหรือที่คุณอยากเสียเขาไป”

“หลังๆคุณก็เห็นผลงานในสนามของเขาดีว่าเขาเล่นเป็นอย่างไร ก็แค่อยากให้บอร์ดบริหารของเราเข้าไปเจรจากับเขาเรื่องสัญญาหน่อยก็ดีนะ” เทรนเนอร์คนเก่ง กล่าวทิ้งท้าย

มิดฟิลด์ร่างโย่งทีมชาติเบลเยียม กำลังตกเป็นที่สนใจของยักษ์ใหญ่ในลีกสูงสุดตุรกี อย่าง เบซิคตัส, เฟเนร์บาห์เช่ และกาลาตาซาราย โดยมี ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มหาเศรษฐีแห่งลีกเอิง ฝรั่งเศส คอยให้ความสนใจอยู่ห่างๆ

เสือเลือง เซ็งนำก่อน 4-0 โดนราชันสีน้ำงินโกงตายตามเจ๊าสุดมันส์

สุดยอดแห่งความดราม่า “ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก้04 โกงความตาย ตามเจ้าถิ่นดอร์ทมุนด์ในครึ่งเวลาแรก 0-4 ก่อนครึ่งหลังกลับมาซัลโว 4 ประตูรวด ตีเสมอ 4-4 แบ่งแต้มออกไปอย่างสะใจ ศึกดาร์บีแมตช์บุนเดสลีก้า 

ศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เป็นการฟาดแข้งนัดที่ 13 ของฤดูกาล เกมสำคัญเป็นศึก “รูห์ดาร์บีแมตช์” โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดซิกนัล อิดูน่า พาร์ค รับการมาเยือนของ ชาลเก้04

ก่อนเกม “เสือเหลือง” โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ ฟอร์มการเล่นออกทะเล ไม่ใช่ใครมา 5 เกมติดต่อกัน และเป็นการพ่ายแพ้ถึง 4 นัด ส่วน “ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก้ ฟอร์มการเล่นสวนทาง ไร้พ่ายมา 7 นัดติดต่อกันในทุกรายการ

เริ่มครึ่งเวลาแรก เจ้าถิ่นเริ่มเกมได้อย่างดุดัน ใช้เวลา 25 นาที พังตาข่ายทีมเยือนถึง 4 ประตู ขึ้นนำ 4-0 จากการยิงของ ปิแอร์ เอมริค อูบาเมยอง น.12, เบนจามิน สแตมบูลี (เข้าประตูตัวเอง) น.18, มาริโอ เกิทเซ่ น.20 และราฟาเอล เกอร์เรโร่ น.25 ก่อนจบครึ่งเวลาแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งเวลาหลัง ชาลเก้ แก้เกมมาเป็นอย่างดี เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นอย่างต่อเนื่อง และมาได้ 2 ประตูติดๆกัน ในนาทีที่ 61, 65 จากการทำประตูของ กุยโด เบิร์กสตอลเลอร์ และอมิเน่ ฮาริต

หลังเสียสองประตูติดๆกัน สถานการณ์เจ้าถิ่นก็ย่ำแย่กว่าเดิม ปิแอร์ เอมริค อูบาเมยอง มาโดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 72

เมื่อมีตัวผู้เล่นมากกว่าทีมเยือนก็โหมกระหน่ำบุกอย่างหนักในช่วงท้ายเกม ก่อนจะไล่มาเป็น 3-4 จากลูกยิงสุดสวยของ ดาเนียล กาลิกุยรี ในนาทีที่ 86

ช่วงเวลาที่เหลือ ชาลเก้ อาศัยจำนวนผู้เล่นที่เหนือกว่าพับสนามบุกใส่เจ้าถิ่นอย่างหนัก และความพยายามก็มาประสบความสำเร็จในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นัลโด้ ปราการหลังตัวเก่ง มาทำประตูตีเสมอให้ ชาลเก้ เป็น 4-4

หมดเวลา 90 นาที โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านเฉือนชนะ ชาลเก้04 ไปแบบสนุก 4-3 เก็บสามแต้มสำคัญ แซงชาลเก้ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของตาราง มี 23 แต้มเท่ากัน แต่เฮดทูเฮด และลูกได้เสียดีกว่า

รายชื่อ 11 ตัวจริงทั้งสองทีม
โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ (3-4-2-1) : โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ (GK), โซคราติส ปาปาสทาโธปูลอส, โอแมร์ โทปรัก, มาเซล ชเมลเซอร์, คริสเตียน พูลิซิช, นูริ ชาฮิน, ยูเลียน ไวเกิล, ราฟาเอล เกอร์เรโร่, อังเดร ยาร์โมเลนโก้, มาริโอ เกิทเซ่, ปิแอร์-เอมริก อูบาเมยอง

ชาลเก้04 (3-4-3) : ราล์ฟ แฟร์มันน์ (GK), ธิโล เคห์เรอร์, นัลโด้, เบนจามิน สแตมบูลี, ดาเนียล กาลิกุยรี, เวสตัน แม็คเคนซี่, แมกซ์ เมเยอร์, บาสเตียน อ็อคซิปก้า, เยฟเฮน โคโนเปลียนก้า, กุยโด เบิร์กสตอลเลอร์, ฟรังโก้ ดิ ซานโต

ผีหืดจับ อาจารย์ ยัง ฮีโร่ยิงประตูโทนนำชัยเก็บสามแต้ม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้ประตูชัยจากลูกยิงของ แอชลีย์ ยัง ที่ไปแฉลบกองหลังคู่แข่ง เฉือนชนะ ไบร์ทตัน หวุดหวิด 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญเอาไว้ได้

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เป็นการลงสนามในนัดที่ 13 ของฤดูกาล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟอัลเบียน

แมนฯยูไนเต็ด ของกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่ ทีมอันดับ 2 ของตาราง เพิ่งบุกพ่าย เอฟซี บาเซิล 0-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ ขณะที่ ไบร์ทตันของกุนซือ คริส ฮิวจ์ตัน ทีมอันดับ 9 ของตาราง เปิดบ้านเสมอ สโต๊ค ซิตี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน

เจ้าถิ่นปีศาจแดง โหมบุกอย่างหนักตั้งแต่เริ่มเกม หวังทำประตูขึ้นนำให้เร็วที่สุด แต่แนวรับของ ไบร์ทตัน มาแพ็คกันอย่างเหนียวแน่นไม่เปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นได้ส่องประตู ก่อนจบครึ่งเวลาแรกด้วยสกอร์ 0-0

ครึ่งเวลาหลัง ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ครองบอลได้เหนือกว่า มีโอกาสลุ้นประตูหลายต่อหลายครั้ง จนความพยายามมาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 66 จากจังหวะที่ แอชลีย์ ยัง ยิงจากนอกกรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบ ลูอิส ดังค์ เข้าประตูไป เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0

ช่วงเวลาที่เหลือ แมนฯยูไนเต็ด พยายามบุกเพื่อทำประตูที่สองให้ได้ แต่จังหวะจบสกอร์ไม่เป็นใจ และไม่คมกันเอง หมดเวลา 90 นาที “ปีศาจแดง” เปิดบ้านเฉือนชนะ ไบร์ทตัน หวุดหวิด 1-0 เก็บสามแต้มได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงทั้งสองทีม
แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เกอา (GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, คริส สมอลลิง, แอชลีย์ ยัง, พอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช, มาร์คัส แรชฟอร์ด, ฆวน มาต้า, แอนโธนี มาร์กชิยาล, โรเมลู ลูกากู

ไบร์ทตันฯ (4-4-1-1) : แมทธิว ไรอัน (GK), เกตัน บ็อง, ลูอิส ดังค์, เชน ดัฟฟี, บรูโน่ ซัลเตอร์, ซอลลี มาร์ช, ดาวี โปรปเปอร์, เดล สตีเฟ่น, แอนโธนี น็อคฮาร์ท, ปาสคาล กรอสส์, เกล็นน์ เมอร์เรย์

ผลการแข่งขันคู่อื่นๆในเวลาเดียวกัน
คริสตัล พาเลซ 2-1 สโต๊ค ซิตี้
นิวคาสเซิล 0-3 วัตฟอร์ด
สวอนซี ซิตี้ 0-0 บอร์นมัธ
สเปอร์ 1-1 เวสต์บรอมวิช

ซาลาห์ ยิงอีกแต่หงส์เซ็ง โดนวิลเลียนยิงตีเจ๊าให้สิงห์บลู

วิลเลียน สวมบทซูเปอร์ซัปลงมาเป็นตัวสำรองซัดประตูให้ “สิงห์บลูส์” เชลซี ไล่ตามตีเสมอ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ถึงถิ่นแอนฟิลด์ 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม ในบิ๊กแมตช์ ศึกพรีเมียร์ลีก

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ดึกของคืนวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เป็นการลงสนามนัดที่ 13 ของฤดูกาล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “สิงห์บลูส์” เชลซี

เกมนี้เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์หงส์แดง ตัดสินใจพัก ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่ เป็นเพียงตัวสำรอง โดยใช้ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เป็น 4 ประสานในแนวรุก

ส่วนอันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่ทีมสิงห์บลูส์ จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม นำโดย อัลบาโร่ โมราต้า, เอเด็น อาซาร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ โดยใช้ แดนนี ดริงค์วอเตอร์ ลงสนามในตำแหน่งของ เชส ฟาเบรกัส ที่มีชื่อเป็นเพียงตัวสำรอง

ในครึ่งเวลาแรกทั้งสองทีมมีโอกาสลุ้นประตูพอๆกัน โดยเป็นเจ้าถิ่นที่ครองเกมบุกได้เหนือกว่าเล็กน้อย แต่ยังทำอะไรแนวรับผู้มาเยือนไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0

ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ยังคงเดินเกมรุกได้ดีกว่า และมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 65 จากความผิดพลาดของ บากาโยโก้ และเป็น โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ได้บอลในเขตโทษก่อนยิงผ่านมือ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าไป

หลังจากเสียประตู เชลซี โหมบุกอย่างหนักเพื่อทวงประตูคืน โดยเฉพาะช่วง 10 นาทีสุดท้ายแทบจะพับสนามบุกใส่เจ้าถิ่น จนความพยายามมาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 85 วิลเลียน ดาวเตะหัวฟูที่ลงมาในฐานะตัวสำรอง ได้โอกาสชิพบอลในกรอบเขตโทษข้ามหัว ซิมง มิโญเล่ต์ เข้าไปอย่างสุดสวย ตีเสมอ 1-1

ช่วงเวลาที่เหลือยังคงเป็น เชลซี ที่ทำได้ดีกว่า ขึงเกมบุกใส่เจ้าถิ่น แต่ไม่ผ่านแนวรับของ “หงส์แดง” หมดเวลา 90 นาที ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเสมอ เชลซี 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

โดย “สิงห์บลูส์” เชลซี รั้งอันดับ 3 ของตารางเหมือนเดิม มี 26 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงแมนฯซิตี้ ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด อยู่ 8 คะแนน ขณะที่ ลิเวอร์พูล รั้งอันดับ 5 ของตาราง มี 24 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ซิมง มิโญเล่ต์ (GK), โจ โกเมซ, โจเอล มาติป, รักนาร์ คลาวาน, อัลแบร์โต้ โมเรโน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, อเล็กซ์ อ็อซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์

เชลซี (3-5-1-1) : ธิโบต์ กูร์ตัวส์ (GK), แกรี เคฮิลล์, อันเดรส คริสเทนเซ่น, เซซาร์ อัซปิลิคูเอต้า, มาร์กอส อลอนโซ่, ทิมู บากาโยโก้, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, แดนนี ดริงค์ วอเตอร์, ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า, เอเด็น อาซาร์, อัลบาโร่ โมราต้า

งูใหญ่ฟอร์มแรง อิคาร์ดี เหมาสองบุกฉกกายารี 3-1 ขึ้นจ่าฝูงกัลโช่

“อิคาร์ดี้” ฟอร์มเทพ เหมาคนเดียว 2 ประตู ขึ้นรั้งดาวซัลโวร่วม พา “งูใหญ่” บุกอัด “กายารี” ถึงถิ่น 3-1 แซงนาโปลีขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราว แต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด

 

ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี คืนวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เป็นการลงสนามนัดที่ 14 ของฤดูกาล “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน บุกเยือนทีมชาวเกาะ กายารี่ ที่สนามซาร์เดย่า อารีน่า

อินเตอร์ มิลาน ของกุนซือลูเชียโน่ สปัลเล็ตติ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ไร้พ่ายติดต่อกัน 13 นัดในเกมลีก ก่อนลงแข่งขันรั้งอันดับ 2 ของตารางตามหลังจ่าฝูงนาโปลี 2 คะแนน ขณะที่ กายารี่ ของกุนซือ ดิเอโก้ โลเปซ พาทีมเก็บชัยชนะ 3 จาก 4 เกมหลังสุด รั้งอันดับ 13 ของตาราง

เริ่มเกมเป็นเจ้าถิ่นที่พับสนามบุกใส่ผู้มาเยือนอย่างหนักในช่วง 10 นาทีแรก โดยที่ทีม “งูใหญ่” แทบไม่ได้ครองบอล แต่ยังเจาะแนวรับที่แข็งแกร่งของ อินเตอร์ มิลาน ไม่ได้

น.29 อินเตอร์ มิลาน ที่แทบไม่ได้บอลในช่วงแรกของการแข่งขัน แต่มาได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากลูกคลุกคลิกหน้าประตู และเป็นเมาโร อิคาร์ดี้ ซัดเข้าไปไม่เหลือ ก่อนจบครึ่งเวลาแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งเวลาหลัง “งูใหญ่” เป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่า และก็มาได้ประตูหนีห่าง 2-0 จากการยิงของ มาร์เซโล่ โบรโซวิช ในนาทีที่ 55

อย่างไรก็ตามเจ้าถิ่นไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มาทำประตูไล่ตีตื้นมาเป็น 1-2 ในนาทีที่ 71 จากการยิงของ เลโอนาร์โด ปาโวเล็ตติ

โมเมนตั้มของเกมเหมือนจะเข้าทางเจ้าถิ่น แต่แล้วนาทีที่ 83 เมาโร อิคาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่งก็มาพังประตูที่ 2 ของตัวเองในเกมนี้ ช่วยให้อินเตอร์ มิลาน หนีห่าง 3-1 ซึ่งทำให้เวลานี้ อิคาร์ดี้ ขึ้นรั้งดาวซัลโวในศึกกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ร่วมกับ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ของลาซิโอ ที่จำนวน 15 ประตู

ในช่วงเวลาที่เหลือไม่มีใครทำอะไรกันได้ หมดเวลา 90 นาที อินเตอร์ มิลาน บุกเอาชนะ กายารี ถึงถิ่น 3-1 เก็บสามแต้มสำคัญแซงนาโปลี ขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราว แต่แข่งมากกว่า 1 นัด

รายชื่อ 11 ผู้เล่นของทั้งสองทีม
กายารี่ (3-5-2) : ราฟาเอล (GK), ฟิลิปโป้ โรมาย่า, มาร์โก อันเดรโอลลี, ลูคา เคปปิเตลลี, เปาโล ปานคราซิโอ, อาร์เธอร์ อิโอนิต้า, ลูคา ซิการ์รินี, นิโคโล่ บาเรลล่า, ซิโมเน่ ปาโดอิน, เจา เปโดร, เลโอนาร์โด้ ปาโวเล็ตติ

อินเตอร์ มิลาน (4-2-3-1) : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช (GK), ดาวิเด้ ซานตอน, เจา มิรันด้า, มิลาน สคริเนียร์, ดานิโล่ ดิ อัมโบรซิโอ้, มาธิอัส เวซิโน่, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, อันโตนิโอ คันเดรว่า, บอร์ฆ่า บาเลโร่, อิวาน เปริซิช, เมาโร อิคาร์ดี้

สปัลเล็ตติเชื่อ”อิคาร์ดี้”ไม่ทิ้งงูไปราชัน

ลูเชียโน่ สปัลเล็ตติเทรนเนอร์อินเตอร์ มิลานเชื่อมั่นว่าเมาโร อิคาร์ดี้กองหน้ากัปตันทีมคงอยู่โยงรับใช้สโมสร โดยไม่ย้ายไปเรอัล มาดริดอย่างที่เป็นข่าว

อิคาร์ดี้ทำไปแล้ว 13 ประตูในเซเรีย อาซีซั่นนี้ เลยมีข่าวว่า”ราชันชุดขาว”อยากได้ตัวเขา ซึ่งสปัลเล็ตติก็ไม่แปลกใจ แต่เชื่อว่าแข้งวัย 24 ปีคงอยู่กับอินเตอร์ต่อไป

“ใครบ้างที่ไม่อยากได้อิคาร์ดี้ ผมชอบที่เขาเล่นให้อินเตอร์”

“เมื่อผมพูดถึงเขา ผมมักรู้สึกว่าเมืองนี้, เพื่อนร่วมทีม, สโมสรและแฟนบอลคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ช่วยทำให้เขาแข็งแกร่ง ผมมั่นใจว่าเขาคงอยู่กับอินเตอร์ไปอีกนาน”